กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ที่ได้รับ
ความนิยมของ Dr. Peter J. Adam
o ซึ่งได้รับรางวัลแพทย์ธรรมชาติบำบัดยอดเยี่ยมจากอเมริกาปี 1990 เขาใช้เวลาในการศึกษาเรื่องนี้มานานกว่า 30 ปี จนได้ข้อสรุปและเขียนเป็นหนังสือชื่อ
Eat Right for Your Type

เขาอธิบายว่า เลือดแต่ละกรุ๊ปมีสารเคมีในเลือดต่างกัน แต่จะมี Antigen เป็นตัวกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ซึ่งอาหารทุกชนิดล้วนมีโปรตีนซึ่งเป็นอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติเหนียวและจับเกาะติดเลือด เรียกว่า Lectin ถ้ากินอาหารที่มีเล็คตินไม่เหมาะกับเลือดเรา เล็คตินเหล่านั้นจะเกาะติดเซลล์เลือดทำให้เลือดข้นส่งผลให้ไตทำงานหนักอีก ทั้งยังเข้าไปรบกวนการทำงานของระบบย่อยอาหารการสร้างอินซูลินการเผาผลาญอาหารและความสมดุลของฮอร์โมน

ปัญหาของคนเลือดกรุ๊ปนี้คือ กระเพาะมีความเป็นกรดสูง สามารถย่อยอาหารจำพวกเนื้อได้ดีกว่าเลือดกรุ๊ปอื่น แต่ระบบการเผาผลาญไม่ค่อยดี ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ไม่ค่อยคงที่ จึงทำให้อ้วนง่าย ตามติดมาด้วยปัญหาเลือดแข็งตัวช้า อาหารที่เหมาะกับกรุ๊ปเลือดเลือกกินเนื้อได้ตามใจชอบ กินอาหารทะเลได้เป็นประจำเพื่อป้องกันโรคเลือดไม่แข็งตัวและไทรอยด์ แต่ระวังเรื่องไขมันและคอเลสเทอรอลด้วย กินนม เนย ไข่ ในปริมาณที่พอเหมาะ ถ้าอยากผอมต้องเลี่ยงแป้งสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด และบรรดาถั่วต่างๆ
ผักกินได้แทบทุกชนิด โดยเฉพาะบร็อคเคอลี ผักโขม มีวิตามินเคสูง ช่วยให้เลือดแข็งตัว ส่วนผักตระกูลกะหล่ำเลี่ยงเสียเพราะมีผลต่อไทรอยด์ เห็ดหอมและมะกอกดองทำให้เกิดอาการแพ้ มะเขือ ยาวและมันฝรั่งทำให้ปวดข้อ ผลไม้กินได้แทบทุกชนิด โดยเฉพาะตระกูลเกรปฟรุตตระกูลเบอร์รี่ (ยกเว้นแบล๊คเบอร์รี่) ช่วยลดน้ำหนัก ควรเลี่ยงแคนตาลูป มะพร้าว ส้มและสตรอว์เบอร์รี่ เพราะมีกรดสูงเกินไปชาสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพ อาทิ เปปเปอร์มินต์ Licorice Tea Parsley ฯลฯ ไม่ควรดื่มเบียร์ ชา กาแฟ เพราะจะเพิ่มกรดในกระเพาะให้หนักเข้าไปอีก

กรุ๊ป A นักมังสวิรัติดีๆ นี่เอง - กรุ๊ปเลือดกรุ๊ปที่2ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ คนเริ่มอยู่เป็นหลักแหล่ง เริ่มปลูกพืชผัก กรุ๊ปเลือดนี้ส่วนใหญ่จึงชอบกินผัก (และเป็นกรุ๊ปเลือดที่อยู่ในประเทศที่เจริญแล้ว เช่น ญี่ปุ่น อังกฤษ อิตาลี และ ฝรั่งเศสเป็นต้น (พอดีอ่านหนังสืออ่านมา))
คนเลือดกรุ๊ปนี้ส่วนใหญ่จะมีกรดในกระเพาะต่ำ ทำให้ระบบการย่อยไม่ค่อยดีระบบภูมิคุ้มกันก็ไม่ดี มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและมะเร็ง กรุ๊ปเอจึงถูกจัดเป็นนักมังสวิรัติ
อาหารที่เหมาะกับกรุ๊ปเลือด กินปลาอาทิตย์ละ 3 - 4 ครั้ง เพื่อเสริมโปรตีนหลีกเลี่ยงปลาเนื้อขาว เช่น
ปลาตาเดียวหรือปลาจะละเม็ด เพราะมีเล็คตินรบกวนระบบการย่อย หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ต่างๆ อาจกินเนื้อไก่ได้นิดหน่อย เลือกดื่มนมถั่วเหลือง นมแพะ หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำแทนนมวัว กินไข่ได้บ้างเป็นครั้งคราว
บรรดาตระกูลถั่วต่างๆ อาทิ เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน ถั่วลิสงที่มีเยื่อหุ้มบางๆ และถั่วเหลือง เหมาะกับคนเลือดกรุ๊ปนี้ สามารถกินข้าวกล้องหรือซีเรียลได้วันละ 1 - 2 ครั้ง ผักทั้งสดและสุกกินแล้วดีโดยเฉพาะ
หอมหัวใหญ่และบร็อคเคอลี มีสารแอนติออกซิแดนท์สูง แครอท ฟักทองผักโขม และกระเทียม ช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน
กินผลไม้ได้แทบทุกชนิดยกเว้นแตงโม แคนตาลูป มะม่วง มะละกอกล้วย ส้ม เพราะย่อยยาก พวกชาสมุนไพรจะไปเพิ่มกรดในกระเพาะ ไวน์แดงดื่มได้แต่ควรเลี่ยงเบียร์และน้ำอัดลม
กรุ๊ป B อ้วนง่าย -เป็นกรุ๊ปเลือดกรุ๊ปที่3 ที่เกิดขึ้นบนโลก คนเริ่มทำปสุสัตว์ เริ่มกินนม เนย และเป็นคนขี้สงสัยและเป็นนักคิดค้นอะไรแปลกๆใหม่ ที่คนในยุคนั้นมักมองเป็นพวกนอกรีด เช่นพวกยิปซีนั่นเอง (แปลกตรงไหนฉันก็กรุ๊ป บี นะ)คนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้ส่วนใหญ่มีปัญหากับไวรัสและภูมิคุ้มกันบกพร่อง ระบบประสาทไม่ค่อยดี ชอบปวดตามข้อ ซึ่งไม่ใช่อาการของเกาต์หรือรูมาทอยด์ มีโอกาสเกิดโรคแผลในสมอง (Sclerosis) หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง
อาหารที่เหมาะกับกรุ๊ปเลือดเนื้อกระต่าย กวาง แกะ ไก่งวง ควรกินปลาน้ำลึก เช่น ปลาหิมะและปลาเนื้อขาวอย่างปลาจะละเม็ดปลาตาเดียว หลีกเลี่ยงเนื้อหมู ไก่ หอยเชลล์ กุ้ง ปู หอยแครงเพราะจะรบกวนระบบในร่างกายสามารถกินนม เนย ไข่ ในปริมาณที่เหมาะสมได้
ข้าวโอ๊ตและข้าวกล้องดีต่อคนเลือดกรุ๊ปนี้ ขณะที่แป้งสาลี ถั่วลิสง งาเมล็ดทานตะวัน ข้าวโพด และ
โฮลวีทไม่ดีต่อระบบเผาผลาญของร่างกาย ทำให้อ้วนและไม่ดีต่อเลือด อาจเป็นสาเหตุของโรคเส้นโลหิตแตก ควรลองแป้งสเปลท์ (Spelt) ซึ่งเป็นแป้งที่มีคุณค่าทางสารอาหารและมีไฟเบอร์สูง ผักใบเขียวทุกชนิดกินดีหมดเพราะมีแมกนีเซียมช่วยป้องกันอาการผื่นคัน
แต่ถ้าอยู่ระหว่างไดเอ็ทควรหลีกเลี่ยงมะเขือเทศและข้าวโพด เพราะมีผลต่อการสร้างอินซูลินและระบบ
เผาผลาญ กินผล ไม้ได้แทบทุกชนิด ยกเว้นลูกพลับ ทับทิม และลูกแพร์ ชาสมุนไพรที่ให้ประโยชน์คือ ขิง เปปเปอร์มิ้นต์ โสม ชาเขียว
