ใยอาหาร ช่วยดูแลสุขภาพได้ จริงหรือ???

ใยอาหารลดอาการท้องผูก เบาหวาน คอเรสเตอรอล และมะเร็งลำไส้
Fiber

เส้นใยอาหาร หรือกากอาหาร (Dietary fiber)

บรรเทาอาการของโรคต่างๆ ได้ เช่น โรคท้องผูก เบาหวาน คอเรสเตอรอล (cholesterol) สูง และมะเร็งในลำไส้ เป็นต้น

ใยอาหารแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ 

  • ไม่ละลายในน้ำ (insoluble fiber)

สำหรับใยอาหารประเภทไม่ละลายในน้ำ (cellulos hemicellulose + lignin) สามารถดูดซึมน้ำได้มาก จึงจำเป็นต้องดื่มน้ำมากขึ้นเมื่อบริโภคใยอาหารชนิดนี้ ทำให้เวลาทานอาหารแล้วจะเต็มกระเพาะและอิ่มเร็วขึ้น นอกจากนี้แล้วเมื่ออยู่ในลำไส้ใหญ่ ใยอาหารจะจับตัวกับอุจจาระทำให้นิ่มขึ้นสามารถขับถ่ายออกได้อย่างสะดวกสบาย และรวดเร็ว จะไม่มีสิ่งสกปรกตกค้างในร่างกาย ใยอาหารประเภทนี้จะมีจำนวนมากในรำธัญพืชต่างๆ ถั่วต่างๆ โดยเฉพาะถั่วเปลือกแข็ง รำข้าวสาลีเป็นตัวอย่างที่ดีมาก

  • ละลายในน้ำ (soluble fiber) 

pectin + gum คือใยอาหารที่ละลายในน้ำได้ ความสามารถ คือดูดซึมน้ำเหมือนกันแต่จะรวมตัวกับอาหารต่างๆ ในกระเพาะเป็นเจล (หรือลักษณะหนืด) ที่จะออกจากกระเพาะไปสู่ลำไส้อย่างช้าจะทำให้หิวช้าลง และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี พืชตระกูลถั่วต่างๆ รำข้าวโอ๊ต และผลไม้ จะมีใยชนิดนี้สูง สำหรับคนที่เป็นเบาหวาน ถั่วจะเป็นแหล่งใยชนิดนี้ดีกว่าผลไม้เพราะปริมาณน้ำตาลจะต่ำกว่า

อาการเหล่านี้ ใยอาหารช่วยได้

1.โรคท้องผูก โรคริดสีดวงทวาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการจะดีขึ้นเมื่อได้บริโภคใยอาหาร 
2.โรคเบาหวาน ปริมาณใยอาหารที่ละลายในน้ำจะช่วยผู้ป่วยโรคเบาหวานได้ เพราะความหนืดของใยอาหารทำให้การดูดซึมของอาหารในเลือดช้าลงซึ่งจะลดระดับความต้องการของอินซูลินได้
3. ผู้ที่มีคอเลสเตอรอลในเลือดสูงนั้นเมื่อรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำและเพิ่มใยอาหารสามารถลดระดับ LDL cholesterol(ไขมันเลว) ซึ่งมีส่วนในการอุดตันของเส้นเลือดได้โดยไม่กระทบกระเทือนระดับ HDL cholesterol (ไขมันดี)
ใยอาหารที่เราบริโภคในแต่ละวันไม่ควรมากไปกว่าความต้องการของร่างกายหากสุขภาพดีอยู่แล้วปริมาณใยอาหาร 30 กรัมต่อวันก็เพียงพอ


ทานผัก ผลไม้ เพื่อใยอาหาร

ข้อควรปฏิบัติเพื่อเพิ่มปริมาณเส้นใย อาหารในชีวิตประจำวัน ได้แก่

1. รับประทานผัก ผลไม้สดที่ไม่ต้องปอกเปลือกให้มากขึ้น เช่น แตงกวา ฝรั่ง แอปเปิ้ล องุ่น ละมุด
2. รับประทานอาหารประเภทถั่วเปลือกแข็ง พืชตระกูลถั่ว ผลิตภัณฑ์จากถั่วทุกชนิดให้มาก ขึ้น (ยกเว้นผู้ที่มีกรดยูริกสูง)
3. รับประทานผลไม้แทนขนมหวานต่างๆ หลังอาหาร
4. รับประทานผักสด อย่างน้อยวันละ 1-2 ถ้วย
5. ปริมาณใยอาหารในแต่ละวันไม่ควรต่ำกว่า 20 กรัม
6. หลีกเลี่ยงอาหารที่ได้ผ่านกรรมวิธีที่ทำลายใยอาหาร เช่น ขัดสี เคี่ยวจนเละ



ปริมาณใยอาหารในอาหาร 100 กรัม
ผัก
ธัญพืช
กวางตุ้ง1.8 กรัมข้าวหอมมะลิ0.6 กรัม
ตำลึง2.2 กรัมข้าวมันปู4 กรัม
ถั่วงอก2.2 กรัมข้าวเหนียวดำ4.9 กรัม
ผักบุ้งจีน2.4 กรัมข้าวโอ๊ต5.8 กรัม
คะน้า3.2 กรัมรำข้าวสาลี36.8 กรัม
ผักบุ้งไทย3.8 กรัม
ผักกระเฉด5.3 กรัม
ถั่ว
ผลไม้
มะม่วงหิมพานต์1.96 กรัมส้มเขียวหวาน1.3 กรัม
งา3.6 กรัมมะม่วงดิบ1.7 กรัม
ถั่วลิสง3.89 กรัมกล้วยน้ำว้า2.3 กรัม
เมล็ดทานตะวัน5.5 กรัมมะละกอ2.35 กรัม
ฝรั่ง5.0 กรัม
ละมุด + เปลือก5.6 กรัม